สำหรับครั้งแรกที่เข้าร่วมกิจกรรมครูบ้านนอกนั้น เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่มั่นใจ รู้สึกเขินที่ถูกเรียกว่าครู เหมือนที่ถูกเรียกว่าหมอทั้งที่ไม่ใช่หมอเต็มตัว เป็นแค่หมอยาคนหนึ่งที่ไม่อยากแสดงตัว ขอเป็นแค่คนธรรมดา แต่เวลาครูเปิ้ลบอกว่าครูญาดาไม่สบาย เสียงแหบ ก็อดไม่ได้ที่จะแบ่งยาบรรเทาอาการเท่าที่มีให้ ตั้งแต่เวลาแรกพบ แนะนำตัวกัน สารภาพว่าจำชื่อครูกว่าหกสิบคนได้ไม่หมด จำได้เฉพาะครูที่สนิทด้วย จนถึงเวลาสรุปกิจกรรมหลังจบค่ายกับครูจะเด็ดที่โรงแรมภูมณี ไม่คิดว่าจะได้รับเลือกให้เป็นประธานหญิง เพราะยังพูดไม่กล้าแสดงออก พูดไม่ค่อยเก่ง ขอบคุณครูก้อยที่มองเห็นแววเสนอชื่อให้ เพราะเล็งเห็นถึงความบ้าที่ซ่อนอยู่ภายในตัวอาหมวยหน้าจืด สวมแว่นตาหนา ด้วยภาพพจน์ที่เย็นชาต่อคนแปลกหน้า แต่แปลงร่างเป็นคนที่มีชีวิตชีวาเวลาอยู่กับเด็กๆ
นึกถึงภาพเด็กดอย รูปร่างผอม หน้าตามอมแมม น้ำมูกไหล ฟันผุ เป็นเหา สวมเสื้อผ้าสีหม่น วิ่งเล่นกลางลานโรงเรียนจนฝุ่นแดงฟุ้งตลบ พวกเขาเกิดและเติบโตท่ามกลางธรรมชาติ ดื่มน้ำจากลำธาร ใช้น้ำประปาจากภูเขา ใช้ไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีให้ใช้ได้อย่างจำกัดและไม่ทั่วถึง ไม่มีระบบกำจัดขยะจึงพบเห็นเศษถุงขนม ขวดน้ำ เกลื่อนกลาดอยู่ทั่วหมู่บ้าน ร้านขายของเล็กเล็กในหมู่บ้านมีแต่น้ำหวาน ขนมหลอกเด็กที่ไม่ค่อยถูกหลักโภชนาการ เด็กทุกคนต้องช่วยทำงานบ้าน หลายคนอุ้มน้องใส่ไว้ในผ้าขาวม้า วิถีชีวิตของเด็กสาวชาวดอยผู้รักสวยรักงาม ชื่นชอบการเต้นตามเพลงที่ออกแนวเซ็กซี่ โดยทั่วไปแล้วไม่ต้องรอให้ถึงอายุที่จะใช้คำว่านางสาว ก็พร้อมที่จะออกเรือนเป็นแม่คนแล้ว
พวกครูบ้านนอกได้เรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่าแบบเต็มที่ เด็กจะพาครูไปนอนที่บ้านด้วย บ้านบางคนต้องขึ้นเนิน แต่บ้านฉันต้องลงเนิน เจ้าของบ้านชื่อ ยะบูดี อาศัยอยู่กับภรรยาที่กำลังท้องแก่ ลูกสาวเจ้าของบ้านที่ค่อนข้างขี้อาย เป็นสาวน้อย นัยน์ตาคม ผมดำสลวย มีชื่อสมัยใหม่ว่า จิราพร ภูมิใจนำเสนอบ้านไม้ไผ่สานยกพื้นสูง มองลอดพื้นลงไปเห็นหมูน้อยสีดำวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน ห้องนอนเจ้าของบ้านถูกกั้นไว้ด้วยผนังไม้บาง เป็นห้องเล็กอยู่ด้านใน ที่นอนที่ดีที่สุดถูกจัดไว้กลางห้องโถงของบ้านที่ใช้เป็นทั้งห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก ห้องอาหาร และห้องครัว เสียงไก่ขันปลุกให้ตื่น พร้อมควันไฟจากเตาฟืนที่อยู่ข้างเตียง พ่อบ้านกำลังหุงหาอาหารต้อนรับแขกที่ยังไม่ลืมตาตื่นดี อาหารเช้าตำรับชาวดอย ข้าวดอยเม็ดเล็ก เหนียวนุ่ม กับต้มจืดใส่ไข่ อากาศหนาวจับใจช่วงต้นปี ทำให้ใครหลายคนไม่กล้าอาบน้ำ โดยเฉพาะในห้องน้ำ open air
ตามกติกาของค่ายครูจะเด็ดจับแยกครูที่มาด้วยกันไปอยู่คนละบ้าน จับคู่ให้ครูที่ไม่เคยรู้จักกัน เป็นโชคดีที่ฉันได้พบรุ่นน้องร่วมคณะ ร่วมมหาวิทาลัยโดยบังเอิญ ครูทรายสาวน้อยร่างบางแต่เข้มแข็ง พูดไม่ค่อยทันฉัน แต่รับฟังด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ทำให้ฉันมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น
สิ่งของที่พวกเรานำมาบรจาคโดยมิได้นัดหมาย เต็มไปด้วยเครื่องเขียนที่เกินความจำเป็น ของเล่นตุ๊กตา เสื้อผ้า ขนมนมเนย สำหรับเด็กแล้วพวกเขาน่าจะมีความสุขกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อ้อมกอดของใครสักคนที่ให้ความสำคัญกับพวกเขาด้วยความปรารถนาดี ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นประโยชน์อะไรได้มาก แม้ไม่ได้มาสอนความรู้เรื่องยาตามความตั้งใจแรก เพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง ได้แต่ฝากยาสามัญประจำบ้าน รวมทั้งหนังสือเรื่องยาน่ารู้ไว้กับคุณครู แม้ว่าจะต่างภาษา แต่รอยยิ้มใสซื่อ แววตาบริสุทธิ์ และหัวใจอิสระของเด็กเหล่านั้น สามารถสื่อสารมาถึงพวกครูได้ ด้วยความยินดีที่จะเป็นความสุขเล็กในความทรงจำส่วนหนึ่งของพวกเขา แค่ได้เป็นตุ๊กตาให้พวกเขาได้กอดเกาะติด หรือได้เป็นของเล่นให้พวกเขาได้ลากไปเที่ยวลำธารน้ำตก ก็รู้สึกดีกับการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบ ทั้งที่ร่างกายเหนื่อยล้า ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว แต่ก็ตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกมาทำความรู้จักกับหมู่บ้านชาวเขา ห่างไกลความเจริญทางวัตถุ แต่เต็มไปด้วยความสีสันแห่งชีวิตเช่นนี้
บทเรียนที่ได้จากการออกค่ายครั้งแรก แม้ว่าเราอยากจะช่วยเหลือผู้อื่นมากเพียงใด แต่การที่จะทำสำเร็จด้วยตัวเองเป็นเรื่องที่ยาก จำเป็นต้องอาศัยความสามัคคีจากทีมงาน ที่มีความตั้งใจตรงกัน แม้ว่าจะเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นนายทหารเรือผู้มาตามหาลูกสะใภ้ เจ้าแม่ตลาดหุ้น แม่หมอนวด รุ่นน้องร่วมวิชาชีพที่พบกันโดยบังเอิญ หรือใครอีกหลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้คุยด้วยแม้กระทั่งเพื่อนของเราเองที่คบกันมากว่าสิบปี ก็เพิ่งจะเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ แต่เมื่อได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันแล้วก็เข้ากันได้ไม่ยาก จนทำให้งานประสบดำเนินไปตามวัตถุประสงค์
ผลงานการสร้างห้องน้ำของครูชาย แม้จะไม่ใช่มืออาชีพ แต่ก็ทำกันเต็มความสามารถตามศักยภาพของแต่ละคน ไม่มีใครอู้งาน หรือกินแรงเหมือนที่ทำงานที่เราเคยเจอ ส่วนกิจกรรมเล็กๆของครูหญิง สอนเด็กแปรงฟัน ตัดเล็บ วาดรูประบายสี เล่านิทาน จัดระเบียบตู้ยาประจำโรงเรียน สอนเด็กพับนกกระดาษ ทำโมบายรูปหัวใจ แล้วก็ถูกเด็กสอนให้เล่นตบมือเป่ายิ้งฉุบ ร้องเพลงมังกรทอง โดยไม่มีเวลาว่างเด็กจะเข้ามาหาตลอดไม่ยอมกลับบ้าน จนครูกุ้งต้องเชิญกลับ เมื่อถึงเวลาอันสมควร
ยามค่ำคืนถึงเวลาการต้อนรับตามประเพณีของชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ กองไฟกลางลานโรงเรียนท่ามกลางแสงจันทร์ แขกผู้มาเยือนนั่งล้อมเป็นวงกลม ได้รับการผูกข้อมือจากผู้นำหมู่บ้าน กล่าวคำอวยพรที่ฟังไม่เข้าใจแต่รับรู้ได้ถึงการต้อนรับจากใจจริง ครูบางคนตื่นเต้นที่ได้แต่งชุดประจำเผ่า ชมการแสดงตีกลองจากเด็กชาย พร้อมเต้น "จะทึก" จากเด็กสาวในหมู่บ้าน เป็นความบันเทิงที่อิ่มหัวใจท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง ครูบ้านนอกบางส่วนรวมตัวกันร้องเพลง"โรงเรียนของหนู"ด้วยความซาบซึ้งกินใจ ด้วยอารมณ์เพลงที่เข้ากับบรรยากาศอย่างลงตัวจนเป็นที่มาของบทความ มนต์เพลงบ้านจะโต๊ะ ของครูขวัญ
นอกจากนั้นฉันรู้สึกประทับใจในตัวครูพรรณี ผู้เป็นต้นแบบของตัวเองหลังเกษียณ อีกยี่สิบสามสิบปีข้างหน้า อยากเป็นคนที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจเช่นนี้ พร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์อย่างที่ใฝ่ฝันได้อย่างเต็มตัว เป็นแรงบันดาลใจให้ตัวเองเริ่มหันมาดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้โรคภัยรุมเร้าเมื่ออายุมากขึ้น
กว่าสี่วันที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านจะโต๊ะ เกิดเป็นความผูกพันกันจนเมื่อถึงเวลาอำลา ก็มีหยดน้ำตาจากครูหลายคน ครูกุ้งกล่าวขอบคุณและพูดว่า "ต่อไปคนจะได้รู้จักบ้านจะโต๊ะมากขึ้น" ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา ครูจะเด็ดพาบรรดาครูบ้านนอก ไปเที่ยวน้ำพุร้อนในอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกัน และเปลี่ยนเบอร์ที่อยู่ติดต่อกัน ร่วมสุขสันต์วันเกิดให้ครูบิ๋ม ก่อนจากลา
ขอขอบคุณ มูลนิธิกระจกเงาโดยครูจะเด็ด ผู้เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วประเทศมาทำสิ่งที่อยากทำสักครั้งในชีวิต เป็นผู้นำจัดกิจกรรมครูบ้านนอกอย่างต่อเนื่อง ทั่วพื้นที่ของแต่ละชนเผ่าในเขตภาคเหนือ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศพื้นบ้าน เกิดเป็นเครือข่ายมิตรภาพที่ไม่มีวันหมดอายุ
ภายหลังกลับจากค่ายแม้ว่าร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ภายในกลับรู้สึกได้ถึงกำลังใจที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะไม่คงทน เพราะเสื่อมสลายไปในเวลาที่ต่อมา บทความนี้อาจเก็บรายละเอียดได้ไม่ครบถ้วนเท่าบทอื่น เพราะยอมรับว่าในเวลานั้น ไม่คิดว่าพวกเราจะโอกาสได้รวมตัวกันในครั้งต่อไปอีก แต่ก็ดีใจที่ยังมีคนตั้งใจคิดและลงมือทำสิ่งดีดีอย่างไม่สิ้นสุด ขอบคุณครูบ้านนอก รุ่น 132 บ้านจะโต๊ะ เด็กดอยคอยรักทุกคน
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.bannok.com/volunteer/


















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น