วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เยี่ยมบ้านจะโต๊ะ รอบที่ 4 สร้างอ่างล้างมือ ซ่อมห้องน้ำ

วันออกเดินทาง ค่ำคืนของวันที่ 19 ตุลาคม 2555 พวกเรานัดหมายกันออกเดินทางจากหมอชิต มีครูหน้าใหม่มารวมทีม ครูทรายเป็นผู้จัดการตั๋วเดินทางต่อจากครูวีที่ล่วงหน้าไปเตรียมงานก่อน ครูแต่ละคนเริ่มปรากฎตัวเหมือนรู้หน้าที่ของตัวเอง  แค่นัดหมายกันว่าเจอกันหน้าเซเว่นที่หมอชิต  ผู้คนเริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อนพร้อมด้วยสิ่งของที่เริ่มมากมาย ยังไม่ทันจะออกจากสถานีขนส่งกรุงเทพก็ได้สัมผัสกับความประทับใจจากคนแปลกหน้า เด็กหนุ่มประจำรถที่มาช่วยขนสัมภาระ เมื่อรู้ว่าพวกเรากำลังจะไปสอนหนังสือเด็กบนดอย ก็ขอฝากนมกล่องหนึ่งลังไปร่วมทำบุญด้วย มีครูทิพย์ติดธุระไปด้วยไม่ได้แต่มาส่ง  ครูแยมก็ฝากของกล่องใหญ่ไปให้เด็กๆ
วันแรก 20 ตุลาคม 2555
แม้ว่าใน facebook ของกลุ่มครูบ้านนอก 132 อาจจะดูเงียบเหงา ไม่มีใครแน่ใจว่าใครไป จนน่ากังวลว่าจะมีทีมงานไม่พอทำกิจกรรมที่อุตส่าห์คิดมา แต่พอถึงเวลาจริงก็อุ่นใจเพราะมีครูร่วมเดินทางกันหลายชีวิต รวมทั้งที่ไปสมทบกับครูที่เดินทางไปรอก่อนแล้วอีกหลายคน ได้พูดคุยทำความรู้จักกับครูหน้าใหม่ป้ายแดง ก่อนแยกย้ายกันเข้านอน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินทางกับนิววิริยะทัวร์ หลังจากการหลับบ้างไม่หลับบ้างบนรถทัวร์เบาะกว้าง ครั้งนี้นอกจากรถทัวร์จะถึงสายกว่าเวลาที่กำหนดจนทำให้คนที่รอรับเป็นห่วง แล้วยังต้องระวังเด็กรถขนสัมภาระของพวกเราลงผิดที่
เหมือนทุกครั้งเมื่อเรามาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอฝาง จุดปลายทางซึ่งนัดหมายกับครูกุ้งและครูวีมาต้อนรับ แล้วพาพวกเราแวะพักที่โรงแรมประจำ ภูมณี ลาหู่ โฮเทล เพื่อล้างหน้าล้างตา ปลุกประสาทด้วยกาแฟแท้จากดอยปู่หมื่นก่อนเดินทางขึ้นดอย  หนทางที่ทุรกันดารคงเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับครูใหม่ แต่เป็นภาพที่คุ้นตาสำหรับครูเก่าที่รู้ว่าหลังเส้นทางทรหดนั้น ยังมีบางสิ่งบางอย่างรอคอยพวกเราอยู่

นั่นคือประเพณีกินข้าวใหม่ ถือเป็นการฉลองฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแรกของปี สำหรับชนเผ่าลาหู่หรือมู่เซอ เชื้อสายหลักของคนในหมู่บ้านจะโต๊ะ เมื่อพวกครูบ้านนอกเดินทางไปถึง  หลังจบพิธีการทักทายครูเก่าและแนะนำครูใหม่ เด็กดอยไม่ขี้อายกับคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย เด็กไม่รอช้าเข้ามาลากจูงครูแต่ละคนไปกินข้าวที่บ้านของตัวเอง ในครั้งนี้แอบสังเกตเห็นว่าหมูดำ สัตว์เลี้ยงที่เคยวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านหายหน้าหายตาไป คงเป็นเพราะกลายร่างเป็น ลาบ ต้มยำ ห่อหมกตำรับชาวเขา ในถ้วยชามของพวกเรา มื้อแรกที่บ้านจะโต๊ะจึงเป็นเหตุผลให้การกินเจของใครหลายคนขาดสะบั้น

วันนี้เป็นวันพิเศษที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง เห็นได้จากรถยนต์กระบะหลายคันของญาติพี่น้องจากหมู่บ้านอื่น พวกเด็กๆแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่สีสันสดใส เสียงเพลงทันสมัยจากบ้านผู้มีอันจะกิน พร้อมด้วยเหล้ายาอาหารตลอดทั้งวันทั้งคืน


 กิจกรรมในวันแรก หลังจากร่วมประเพณีกับชาวบ้าน ครูผู้ชายก็แยกย้ายกันไปใช้แรงงาน แบกหิน ร่อนทราย โบกปูน ก่ออิฐ จนกลายเป็นอ่างน้ำอเนกประสงค์ โดยที่ครูวีได้วางรากฐานท่อน้ำให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนครูผู้หญิง อย่างครูขวัญตัวจริงก็ขับกล่อมเด็กๆที่คิดถึงด้วยเสียงเพลงจากอูคูเลเล่ หลังจากรอบที่แล้วฝากเป็นวิดีโอคลิปมา แล้วต่อด้วยการออกกำลังกายด้วยการเต้นท่าควบขี่ม้า กังนัมสไตล์ สุดฮิต ครูใจดีหน้าใหม่อย่างครูเชอรี่ถูกสอนให้เล่นตบมือ เพลงมังกรทอง การละเล่นยอดฮิตของเด็กที่นี่  ครูสวนเริ่มต้นเข้าครัวทอดข้าวเกรียบปลา เป็นของว่างแสนอร่อย  ครูแก้วช่วยตักไอติมแจกเด็กๆ ครูหวานถ่ายรูปเด็กอย่างสนุกสนาน ครูทรายกับครูสุ กลายเป็นลูกมื้อเตรียมกับข้าวเย็น อาหารมื้อแรกฝีมือครูโย่ง

ด้วยความทุ่มเทในการขนของทำให้ครูบอยหกล้มจนข้อเท้าบวมตั้งแต่ที่หมอชิตแล้ว  หลังกินยาแก้อักเสบบรรเทาอาการยังต้องอดทนกับความเจ็บปวด ได้รับการดูแลด้วยแพทย์แผนไทยโดยครูญาดา และการรักษาด้วย กัวซา คือการขูดไล่พิษด้วยกำไลเงิน จากหญิงสาวชาวเขา ขอนับถือในความเข้มแข็งของครูบอยที่จะมาปฎิบัติภารกิจตามที่ตั้งใจ
เมื่อแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า โต๊ะนักเรียนที่วางเรียงต่อกันเป็นแถวเพื่อวางอาหารเย็น พวกเราอิ่มหน่ำกับผัดกะเพรา พะแนงหมูฝีมือครูโย่ง จนครูเอบอกว่าไม่คาดหวังว่าอาหารบนดอยจะอร่อยอย่างนี้ สร้างรอยยิ้มภูมิใจให้กับหัวหน้าหน่วยโภชนาการ จนพวกเราทุกคนพร้อมใจกันยกตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กให้ครูโย่ง นายธนาคารหนุ่มเป็นบุคคลทรงคุณค่าสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะกองทัพเดินได้ด้วยท้อง

ครูดอยคนเดียวของบ้านจะโต๊ะ ครูกุ้งยังคงน่ารัก ใจดีเหมือนเดิม เป็นข่าวดีที่ได้รู้ว่าปีนี้ได้งบสนับสนุนครูผู้ช่วยอีกหนึ่งคน คือครูอ้วน เป็นครูอาสาที่ยอมรับงานที่เดินทางลำบาก เงินเดือนแค่สามพันบาทต่อเดือน เพื่อแลกกับชีวิตของลูกสาว เพราะตอนที่น้องผึ้งประสบอุบัติเหตุอาการสาหัส ครูอ้วนเคยพูดไว้ว่าจะยอมทำทุกอย่างขอให้ลูกรอดชีวิต จนในวันนี้น้องผึ้งลูกสาวของครูอ้วนก็กลายมาเป็นผู้ช่วยคุณแม่ที่จะโต๊ะด้วย
ท่ามกลางแสงเทียน ภายใต้หลังคาโรงเรียน ค่ำคืนแรกของการมาถึง พวกเรามีโอกาสได้เปิดใจร่วมกัน เริ่มต้นจากประธานชายครูวี เล่าถึงอุปสรรคก่อนที่จะเกิดการรวมตัวในครั้งที่สี่นี้ และประธานหญิงครูแก้ว  ตามมาด้วยการเล่าที่มาที่ไปของครูใหม่ ต่อการมาค่ายในครั้งนี้ ต่อด้วยความประทับใจของครูเก่าทีละคน จนปิดท้ายด้วยครูเบิ้ม พวกเราแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ประทับซึ่งกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ซาบซึ้งและมีเสียงหัวเราะเป็นบางช่วงจากคารมของครูต้น ครูโอม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความแรงบันดาลใจครูดอยรุ่นล่าสุด
หลังจากนั้นกลุ่มครูบางคนก็เริ่มต้นร้องรำทำเพลงรอบกองไฟ ครูใหม่อย่างครูเบนซ์โชว์ฝีมือเล่นกีตาร์ ส่วนครูเอแสดงความสามารถในการร้องเพลงท่อนแรก โดยมีคณะนักร้องสาวช่วยกันร้องต่อจนจบบ้างไม่จบบาง ท่ามกลางแสงดาวในคืนเดือนมืด อากาศเริ่มเหน็บหนาว แต่ภายในใจกลับอบอุ่น ราตรีสวัสดีด้วยความสุข ลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ฟื้นพลังเพื่อเตรียมรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น

วันที่สอง 21 ตุลาคม 2555

ตื่นเช้ามาด้วยเสียงปลุกของเพ็ญศรี "คุณครูขา ตื่นได้แล้วคะ" แม้ว่าเมื่อคืนจะนอนดึก ถ้าอยู่บ้านก็คงจะล้มตัวลงนอนต่อแต่พอรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหนก็ลุกขึ้นตื่นได้อย่างสดชื่นเติมแรงมื้อเช้าด้วยไข่ลวก ขนมปังหน้าต่าง ๆ กาแฟแก้ง่วงที่ท่านประธานชายจัดมาปรนนิบัติ แค่นี้ก็พร้อมสำหรับกิจกรรมช่วงเช้า ครูกุ้งแจกชุดกีฬาสีม่วงที่ได้รับสนับสนุนจากการศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) หลังจากเปลี่ยนชุดอย่างพร้อมเพรียง

ครูโอมเพี้ยงเจ้าเก่าก็นำกิจกรรม แบ่งเด็กเป็นสี่แถว เด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้สี่สิบสี่คน เริ่มต้นกิจกรรมตรวจสุขภาพด้วยการประเมินนพัฒนาการการเจริญเติบโตด้วยการถามชื่อ อายุ กับครูทราย ชั่งน้ำหนักกับครูสุ  วัดส่วนสูงกับครูเชอรี่ ถ่ายรูปทำทะเบียนกับครูสวน ตรวจความสะอาดของร่างกายเหากับครูหวาน ตรวจเล็บมือกับครูบอย สำหรับเด็กทุกคนก็จะได้รับนมอัดเม็ดเพื่อเสริมแคลเซียมให้กระดูก เกลือเสริมไอโอดีนป้องกันโรคเอ๋อ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำหรับทำกิจกรรมต่อไป ขาดไม่ได้กับ ขนมและนมกล่อง ที่ครูญาดาช่วยใส่ถุงให้ ก่อนที่จะแจกวิตามินซีหลากสีที่ครูเชอรรี่เตรียมมา โดยความรอบคอบของครูบอยจึงขอให้ครูอ้วนช่วยแนะนำไม่ให้เด็กๆหยิบยาของพ่อแม่มากิน

               ผลจากการประเมินพัฒนาการ กับกราฟแสดงการเจริญเติบโตของเด็ก แบ่งเป็นเพศหญิง เพศชาย ว่าอยู่ในประเภท อ้วน หรือ ผอม หรือ สมส่วน พบว่าเด็กบ้านจะโต๊ะส่วนใหญ่มีรูปร่างสมส่วน พบเด็กผอมไม่กี่คน ไม่พบเด็กอ้วนเลย นำรายชื่อเด็กที่ผอมให้ครูกุ้งจ่ายยาบำรุงและยาถ่ายพยาธิ  ครูหวานกล่าวชื่นชมที่ตรวจไม่พบเหาเหมือนที่เจอเมื่อปีก่อน แสดงว่าเด็กรักษาสัญญาดูแลความสะอาดได้ดีขึ้น จึงได้แต่ฝากแชมพูฆ่าเหาไว้กับครูกุ้งโดยที่ไม่ได้ใช้ แม้ว่าเล็บมือของเด็กจะยังยาวและดำอยู่ จึงเป็นที่มาของกิจกรรมต่อไปด้วยการสอนร้องเพลงประกอบท่าทางการล้างมือ
หลังจากนั้นก็ได้เวลาแบ่งทีมออกแรง แบง่เป็นสี่ทีม มีครูประจำทีม ตั้งชื่อทีม ทำท่าทางของสัตว์คนละชนิด เมื่อเด็กในทีมอยากทำท่ากระต่าย แต่ครูไม่รู้ว่าร้องอย่างไร จึงร้องคำว่า กระต่ายแทน เป็นหน้าที่ของครูเจินนำร้องเพลงเก็บขยะ ก่อนให้สัญญาณเริ่มการแข่งขันเก็บขยะรอบหมู่บ้านภายในเวลาที่กำหนด สิ้นเสียงระฆังปล่อยตัว เด็กแต่ละทีมก็วิ่งไปหาขยะจนทั่ว บางทีมวิ่งไปที่ถังขยะของหมู่บ้านเก็บขยะมาใส่ถุง บางทีมเก็บขยะในโรงเรียนก็หยิบขวดน้ำที่ยังไม่หมดของครูมาทิ้งด้วย เมื่อหมดเวลาครูเจินก็สอนเรื่องการแยกขยะ เก็บขวดน้ำไว้ขายต่อได้  มอบของรางวัลให้ทีมที่เก็บขยะได้มากที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช่กิจกรรมที่ยั่งยืน ชาวบ้านเห็นเป็นเรื่องตลก และพวกเขาก็ยังคงทิ้งขยะกันตามใจเช่นเดิม แต่ก็ต้องเริ่มต้นที่การปลูกจิตสำนึกที่ดีให้เยาวชนรุ่นต่อไปเป็นผู้เปลี่ยนแปลง
ครูอ้วนเอากระเป๋าปฐมพยาบาลที่ได้รับจากมูลนิธิมาให้ครูเชอรี่เภสัชกรสาวช่วยแนะนำ ครูอ้วนไม่มั่นใจการใช้ยาเพราะไปอบรมแค่วันเดียว พบว่ามียาน้ำบางรายการที่หมดอายุแล้ว ทั้งที่ครูอ้วนบอกว่าเพิ่งได้รับกล่องยามา ครูเชอรี่จึงอธิบายเรื่องการใช้ยาและการอ่านฉลาก สังเกตวันหมดอายุอีกรอบ และฝากครูวีซื้อยาแก้ท้องเสียที่หมดอายุแล้วมาเปลี่ยนให้ใหม่ นอกจากนั้นยังพบเด็กชายจงรักษ์มีอาการแพ้เรื้อรัง เกิดผื่นคันที่ใบหน้าและลำคอ อาจเกิดจากสิ่งแวดล้อม จึงเขียนชื่อยาบรรเทาอาการแพ้ฝากครูวีซื้อให้เช่นกัน เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนที่อยู่ห่างไกลสถานพยาบาล ครั้งนี้พวกเราจึงซื้อเครื่องวัดความดันและปรอทวัดไข้มาไว้ที่โรงเรียนด้วย
เมื่อจบกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ก็ถึงเวลาขอบคุณผู้สนับสนุนผู้ใหญ่ใจดี หัวหน้าของครูสุฝากเงินมามอบทุนการศึกษาให้  เด็กและครูรวมตัวกันถ่ายรูป กล่าวขอบคุณ โดยมีครูบอยเป็นผู้หารายได้หลักอย่างเป็นทางการ

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ได้เวลาส่งครูบางส่วนลงดอยเพื่อกลับไปทำงานต่อเนื่องจากไม่สามารถลางานต่อเนื่องในช่วงวันหยุดปิยมหาราช  เหมือนสาวกAF ที่หิ้วกระเป๋าออกจากบ้าน ครูวีกับครูกุ้งติดรถลงดอยไปส่งด้วย พร้อมซื้อของใช้จำเป็นมาเพิ่มเติม โดยมอบหมายภารกิจป้ายสีให้ประธานหญิงดำเนินการต่อ  เป็นช่วงจับลิงใส่กระด้ง เหล่าเด็กๆผู้หวังดีอยากช่วยงานครูจนถูกกินหัวไปหลายคน กลายเป็นผลงานที่สวยงามและน่าภูมิใจ เนรมิตให้เป็นสถานที่ที่มีสีสันมากที่สุดในหมู่บ้าน เป็นอ่างน้ำและห้องน้ำที่โดดเด่นด้วยสีชมพู ขาว เขียว ลายดอกไม้ น่าใช้ประโยชน์เป็นที่สุด จารึกชื่อครูแต่ละคนบนรอยปูนเปียกเป็นที่ระลึก
เริ่มกิจกรรมรับน้องใหม่โดยพวกเด็กพาคุณครูใหม่ไปน้ำตกของพวกเขาด้วยความภูมิใจ ปล่อยให้ครูหวาน ครูญาดา ปลดปล่อยอารมณ์ศิลปินแต่งเติมลวดลายให้อ่างน้ำนี้ต่อไป แม้ว่าจะมีเสียงร่ำลือถึงความใกล้ของเด็กแต่เป็นความไกลของเรา ก็ไม่หวั่นเพราะตลอดทางที่ไปน้ำตกโดยมี ดช.จะฟู่ เป็นผู้นำทาง แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินเป็นชั่วโมง แต่ระหว่างทางก็มีดอกไม้ป่า พืชผักสดสด ผลหมากรากไม้ จากเด็กให้เป็นกำลังใจ ได้เห็นถึงวิถีชีวิตของพวกเขาซึ่งเอาชีวิตรอดจากป่าบ้านเกิด ต้องเดินลุยลำน้ำ ข้ามสะพานไม้ ก้าวขาขึ้นเขา ย่างเท้าลงเนิน ผ่านทิวทัศน์ทุ่งนาข้าวขั้นบันได ลุยฝ่าต้นข้าวดอยที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีทอง จนมาถึงน้ำตก สวรรค์สำหรับเด็ก ไม่รอช้าแก้ผ้าลงเล่นน้ำกันสนุกสนาน ครูเบนซ์ ครูเจินก็ไม่น้อยหน้าดำผุดดำว่าย สมกับเป็นพะยูนจากแดนใต้ ขากลับยังหอบหิ้วกล้วยป่าและผักกูดริมน้ำเมนูประจำถิ่นมาฝากครูคนอื่นด้วย
คืนนี้ไม่มีการรดน้ำดำหัว ผูกข้อไม้ข้อมือ หรือตีกลองเต้น จะคึกเหมือนครั้งก่อน วงดนตรีเมื่อคืนเปลี่ยนจังหวะเพลงจากซาบซึ้งเป็นสนุกสนานโดยที่เด็กมีส่วนร่วมในการร้องเพลงด้วย เพลงที่พวกเขาร้องได้เป็นเพลงฮิตของตั๊กแตน ชลลดา ก่อนที่จะส่งเด็กเข้านอนแล้วต่อด้วยกิจกรรมดูดวงจากพ่อหมอวี เป็นที่ถูกใจบรรดาครูสาว แล้วต่อด้วยวิชาคณิตสำหรับผู้ใหญ่ เปลี่ยนจากนอนนับดาวเป็นนั่งนับเลข กระจายรายได้ให้เจ้ามือเป็นที่สบายใจก่อนนอน

วันที่สาม 22 ตุลาคม 2555

ได้ฤกษ์ดี เก้าโมงเก้านาที ทำพิธีประทับรอยฝ่ามือที่ข้างอ่างน้ำ  ต่อหัวก๊อกด้วยนางแบบรับเชิญ วินาทีที่ต่อสายยางแล้วเปิดก๊อกน้ำ รอจนมีน้ำไหลก็ได้ยินเสียงเฮ ดังลั่นจากพ่องานใหญ่อย่างครูวี ที่กำลังลุ้นตัวโก่ง พวกเราพร้อมเริ่มกิจกรรมสุดท้ายสอนเพลงแปรงฟันโดยครูทราย เป็นครั้งแรกที่ครูทรายทั้งร้อง เต้น อย่างเป็นทางการ แสดงพรสวรรค์ในตัวเอง เมื่อสอนภาคทฤษฎีเสร็จแล้วก็ต่อด้วยภาคปฎิบัติจริงที่อ่างน้ำ

ตอนแรกเด็กๆยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ แต่เมื่อเห็นตุ๊กตาน่ารัก ของฝากจากครูทิพย์ก็วิ่งไปเอาแปรงกับถ้วยน้ำมาร่วมกิจกรรมทันที ทบทวนความรู้ในการแปรงฟันอย่างถูกวิธีแล้วก็พาจัดแถวพาไปปฏิบัติจริงที่อ่างน้ำสีสดใส พร้อมล้างมือด้วยสบู่กันจนฟองกระจาย เสร็จแล้วก็เดินไปโชว์รอยยิ้มสีขาวและมือหอมสะอาดให้ครูโย่งครูหวานครูขวัญดูก่อนเข้าแถวกันรับของขวัญ ครูหวานเปิดบริการเสริมสวยทำผมติดกิ๊ฟให้เด็กทั้งชายและหญิง

            หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมทั้งหมด พวกครูก็ถ่ายรูปร่วมกับพ่อหลวง ผู้นำหมู่บ้าน เตรียมเก็บข้าวของ ก็ถึงเวลากล่าวอำลา เมื่อครูทยอยกันขึ้นรถแล้วเด็กก็หายไปจากโรงเรียน เพื่อไปยืนรอส่งที่ริ้มรั้วหมู่บ้าน มองเห็นยะแฮ่วิ่งตามรถครูโอมมาจนไกล
                 จบภารกิจอย่างสวยงาม เหล่าครูเติมพลังให้ตัวเอง ชำระล้างร่างกายที่โรงแรมภูมณี ก่อนที่ครูกุ้งจะพาไปเที่ยววัดท่าตอน พระอารามหลวงของอำเภอฝาง นมัสการอนุสาวรีย์รัชกาลที่ห้า เนื่องในวันปิยะมหาราช  ชมทิวทัศน์เมืองฝาง ที่รายล้อมด้วยทิวเขา ริมแม่น้ำกก ในขณะที่ครูบางคนก็กระหายกระแสไฟฟ้าให้น้องมือถือประจำกายที่อดอยากมาหลายวัน
ถึงเวลาส่งครูรุ่นที่สองกลับบ้านด้วยความใจหาย เหลือแต่ผู้เข้ารอบสุดท้าย ผู้พิชิตดอยปู่หมื่น มุ่งหน้าผ่านเส้นทางหฤโหดจนน่ากลัวว่ารถจะพัง ลุยป่าฝ่าขึ้นดอย ผ่านโรงเรียนตระเวนชายแดนที่พระเทพเพิ่งเสด็จ เห็นน้ำเต้าสีทอง เขียนว่าต้นกำเนิด Lahu อยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน เพราะในตำนานเชื่อว่า ชาวเขาเกิดมาจากน้ำเต้า ปู่หมื่นเป็นชื่อของผู้นำคนแรกของหมู่บ้าน เช่นเดียวกับชื่อจะโต๊ะ
ต้อนรับมื้อแรกบนปู่หมื่น โฮมสเตย์ด้วยข้าวไม้ไผ่  ข้าวสวยห่อใบไม้ใส่ในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาไฟจนข้าวสุก เป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอม  มีครูสุกับครูเบิ้มคู่รัก มารออยู่ก่อนแล้ว ในคืนนั้นอากาศที่ปู่หมื่นหนาวเย็นกว่าที่จะโต๊ะ มีหมอนวดพื้นบ้านมาจับเส้นแก้ปวดให้ประธานชายจนร้องเสียงหลง  แต่ก็ต้องอดทนต่อไป เพราะถูกแม่หมอดุว่า ถ้าไม่เจ็บก็ไม่หายสิเพื่อเป็นการแก้กรรมที่สะสมความเหนื่อยล้ามาหลายวัน ฉันนอนฟังเสียงอดีตนายทหารเรือร้องโอดโอยจนน่าสงสาร
วันสุดท้าย 23 ตุลาคม 2555
ตื่นมาถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ชมไร่ชา กาแฟ เฝ้ารอสตอร์เบอรี่ที่จะออกผลในสามเดือนข้างหน้าครูกุ้งทำไข่ใบตองให้ชิม ครูวีทอดหมูอร่อย ครูหวานโชว์ฝีมือกล้วยบวชชี ก่อนเดินทางกลับลงดอยปู่หมื่นผ่านเส้นทางเดิม นั่งท้ายรถรับลม ชมวิวตลอดทางไปน้ำตกปู่หมื่น เล่นน้ำ ถ่ายรูปกันสนุกสนาน แล้วครูกุ้งก็ขับรถพาไปเที่ยวบ้านไม้หอม พบความมหัศจรรย์ของไม้ฮิโนกิ แวะสักการะศาลเจ้าเมืองฝาง-พระนางสามผิวที่โดดบ่อน้ำสละชีวิตเพื่อปกป้องเมืองในอดีต ถ่ายรูปหน้าวัดท่ารุงที่มีสถาปัตยกรรมพม่าสวยแปลกตา ซื้อของฝากที่กาดกัลยา ก่อนเดินทางกลับขึ้นรถทัวร์นิววิริยะ กลับกรุงเทพ

เมื่อถึงหมอชิตก็แยกย้ายกันกลับไปทำภารกิจประจำวันของแต่ละคนต่อ เก็บความประทับใจในครั้งนี้อยู่ในความทรงจำของครูทุกคน และอยากแบ่งปันเรื่องราวให้กับเพื่อนครูที่ติดธุระได้สัมผัสถึงความสุขและคิดถึงมนต์เสน่ห์ของบ้านจะโต๊ะไปพร้อมกัน     ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทั้งแรงกาย แรงใจและแรงเงิน ที่ทำให้กิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น