เรื่องจริงของกลุ่มคนหนึ่งที่มาพบกันโดยมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน ผ่านโครงการ “ครูบ้านนอก”โดยมูลนิธิกระจกเงา แต่จะมีกลุ่มครูบ้านนอกสักกี่รุ่นที่เกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่น ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่น่ารักเช่นนี้ การรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีจิตใจดวงเดียวกัน กรณีศึกษา ครูบ้านนอก รุ่น 132 บ้านจะโต๊ะ อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่คิดแต่ยังรอโอกาส
เมื่อได้มองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่กลุ่มคนนี้ได้ถือกำเนิด ภายใต้โครงการของมูลนิธิกระจกเงา ในวันนั้นที่พวกเราแต่ละคนได้แทนตัวเองว่า “ครู” ทั้งที่ไม่ได้เรียนจบครุศาสตร์ แต่พวกเราเป็นครูที่สอนด้วยหัวใจและสัญชาติญาณที่ไม่มีอุปสรรคแม้กระทั่งการสื่อสาร กับเด็กชาวเขาเผ่าลาหู่ ที่เรียกพวกเราว่า ครูดอย
หลังจากจบค่ายครั้งแรก บางคนก็กลับไปดำเนินชีวิตของตัวเองต่อ แต่ยังมีอีกหลายคนที่เริ่มเสพติดกับสารแห่งความสุข จนต้องเรียกร้องให้กลับมารวมตัวกันอีก ค้นหาปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดระดมทุนทรัพย์ ลงแรงงานแรงใจ เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งความร่วมมือร่วมใจและความขัดแย้ง จนมาถึงทุกวันนี้
เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนครูบ้านนอก รุ่น 132 แต่ละคนไม่ว่าจะทำงานอะไร ฐานะอย่างไร ทุกคนมีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน มีความแตกต่างที่เข้ากันได้ ล้วนแล้วแต่เปรียบเหมือนเด็กน้อยที่เริ่มมีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ พวกเขาได้เติบโตไปพร้อมกัน
จากคนที่เคยคิดว่าจะมาเป็นผู้ให้ กลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น กลายเป็นผู้ที่ได้รับความสุขใจอย่างน่าประหลาด ที่นี่เป็นเหมือนสถานบำบัดจิตใจ เสริมพลังชีวิต คั่นเวลาที่วุ่นวายเพื่อให้ตั้งสติหาทางแก้ปัญหา สำหรับพวกครูจะได้กลับไปปลดปมในชีวิต ทำให้พวกเราเข้มแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะพวกเขาสอนให้พวกเรารู้จักคำว่าวิถีชีวิตที่ “เพียงพอ”
ในฐานะตัวแทนของกลุ่มครูบ้านนอกรุ่น 132 ขอบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านการลองผิดลองถูก ถอดเป็นบทเรียนรูปแบบการออกค่ายสำเร็จรูป เพียงเปิดซองแล้วเติมน้ำใจก็ใช้ได้ทันที เพื่อเป็นแนวทางให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมาสืบสานแนวคิดนี้ต่อไป
ไม่ว่าในอนาคตกลุ่มนี้จะยังคงอยู่ต่อหรือไม่ แต่ ณ เวลานี้พวกเขาได้เอาไปอยู่ในหัวใจของเด็ก และเพื่อนครู โดยหวังว่าในอนาคตจะมีกลุ่มครูบ้านนอกเพิ่มขึ้น และจะดำเนินงานได้ดีกว่าพวกเรา เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่รอคอยความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์

ถ่ายทอดเป็นบันทึกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ เป็นหลักฐานประกอบความทรงจำของกลุ่มคนที่เรียนรู้การแบ่งปัน ไม่ลืมคิดถึงคนอื่น แม้ว่าประสบการณ์ของพวกเราจะเป็นแค่ความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ แต่ขอโอกาสเผยแพร่เรื่องราวดีดีที่ยังไม่สูญพันธ์ไปจากสังคมสมัยนี้
“เวลา” ดูเหมือนว่าจะทำให้มิตรภาพเก่าจืดจางลง แต่ เวลา ก็ทำให้มิตรภาพใหม่งอกเงยขึ้น หลังจากที่ทุกคนเริ่มถอดหน้ากากแล้วเปิดใจเข้าหากัน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ อยากจะบอกว่า “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” ครูบ้านนอก 132 จะโต๊ะ เฮ้



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น