วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บทนำหนังสือรุ่น จะโต๊ะ The Series

           บางคนอาจจะเคยออกค่ายอาสาในช่วงวัยนักศึกษา เพื่อค้นหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับชีวิต ซึ่งแตกต่างจากการออกค่ายอาสาในช่วงหลังวัยเรียนที่ชีวิตต้องต่อสู้กับหน้าที่การงาน ต้องรับผิดชอบภาระครอบครัว โดยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคนานา แม้ว่าชีวิตจะพบเจอกับความน่าเบื่อหน่ายในหลายครั้ง แต่ภายในร่างกายแล้ว “หัวใจอาสา” ยังคงเต้นอยู่ เฝ้ารอคอยโอกาสที่เหมาะสม ทั้งที่บางคนเพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายๆในชีวิต แต่ก็ขอพักลืมสิ่งเหล่านั้นไปสักพัก เพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่าง
            เรื่องจริงของกลุ่มคนหนึ่งที่มาพบกันโดยมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน ผ่านโครงการ “ครูบ้านนอก”โดยมูลนิธิกระจกเงา แต่จะมีกลุ่มครูบ้านนอกสักกี่รุ่นที่เกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่น ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่น่ารักเช่นนี้  การรวมตัวกันของกลุ่มคนที่มีจิตใจดวงเดียวกัน กรณีศึกษา ครูบ้านนอก รุ่น 132 บ้านจะโต๊ะ อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่คิดแต่ยังรอโอกาส

          
           เมื่อได้มองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่กลุ่มคนนี้ได้ถือกำเนิด ภายใต้โครงการของมูลนิธิกระจกเงา ในวันนั้นที่พวกเราแต่ละคนได้แทนตัวเองว่า “ครู” ทั้งที่ไม่ได้เรียนจบครุศาสตร์ แต่พวกเราเป็นครูที่สอนด้วยหัวใจและสัญชาติญาณที่ไม่มีอุปสรรคแม้กระทั่งการสื่อสาร กับเด็กชาวเขาเผ่าลาหู่ ที่เรียกพวกเราว่า ครูดอย
             หลังจากจบค่ายครั้งแรก บางคนก็กลับไปดำเนินชีวิตของตัวเองต่อ แต่ยังมีอีกหลายคนที่เริ่มเสพติดกับสารแห่งความสุข จนต้องเรียกร้องให้กลับมารวมตัวกันอีก ค้นหาปัญหา แลกเปลี่ยนความคิดระดมทุนทรัพย์ ลงแรงงานแรงใจ เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งความร่วมมือร่วมใจและความขัดแย้ง จนมาถึงทุกวันนี้


               เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนครูบ้านนอก รุ่น 132  แต่ละคนไม่ว่าจะทำงานอะไร ฐานะอย่างไร ทุกคนมีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน มีความแตกต่างที่เข้ากันได้  ล้วนแล้วแต่เปรียบเหมือนเด็กน้อยที่เริ่มมีพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจ พวกเขาได้เติบโตไปพร้อมกัน
              จากคนที่เคยคิดว่าจะมาเป็นผู้ให้ กลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น กลายเป็นผู้ที่ได้รับความสุขใจอย่างน่าประหลาด ที่นี่เป็นเหมือนสถานบำบัดจิตใจ เสริมพลังชีวิต คั่นเวลาที่วุ่นวายเพื่อให้ตั้งสติหาทางแก้ปัญหา  สำหรับพวกครูจะได้กลับไปปลดปมในชีวิต ทำให้พวกเราเข้มแข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพราะพวกเขาสอนให้พวกเรารู้จักคำว่าวิถีชีวิตที่ “เพียงพอ”
               ในฐานะตัวแทนของกลุ่มครูบ้านนอกรุ่น 132 ขอบอกเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านการลองผิดลองถูก ถอดเป็นบทเรียนรูปแบบการออกค่ายสำเร็จรูป เพียงเปิดซองแล้วเติมน้ำใจก็ใช้ได้ทันที เพื่อเป็นแนวทางให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมาสืบสานแนวคิดนี้ต่อไป
               ไม่ว่าในอนาคตกลุ่มนี้จะยังคงอยู่ต่อหรือไม่ แต่ ณ เวลานี้พวกเขาได้เอาไปอยู่ในหัวใจของเด็ก และเพื่อนครู โดยหวังว่าในอนาคตจะมีกลุ่มครูบ้านนอกเพิ่มขึ้น และจะดำเนินงานได้ดีกว่าพวกเรา  เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่รอคอยความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์

                      
              
              ถ่ายทอดเป็นบันทึกเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ  เป็นหลักฐานประกอบความทรงจำของกลุ่มคนที่เรียนรู้การแบ่งปัน ไม่ลืมคิดถึงคนอื่น แม้ว่าประสบการณ์ของพวกเราจะเป็นแค่ความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ แต่ขอโอกาสเผยแพร่เรื่องราวดีดีที่ยังไม่สูญพันธ์ไปจากสังคมสมัยนี้
               “เวลา” ดูเหมือนว่าจะทำให้มิตรภาพเก่าจืดจางลง แต่ เวลา ก็ทำให้มิตรภาพใหม่งอกเงยขึ้น หลังจากที่ทุกคนเริ่มถอดหน้ากากแล้วเปิดใจเข้าหากัน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ อยากจะบอกว่า “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” ครูบ้านนอก 132 จะโต๊ะ เฮ้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น